สารกรองประเภทแมงกานีส

 

สารกรองประเภทแมงกานีส

วิธีกำจัดเหล็ก และแมงกานีสส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักอาศัยปฎิกิริยาออกซิเดชัน ในการเปลี่ยน Fe(II) ให้เป็น Fe(III) ซึ่งตกผลึกได้ง่ายกว่า ออกซิไดซิงเอเจนต์ ที่นิยมใช้ได้แก่ออกซิเจน คลอรีน โปแตสเซียมเปอร์แมงกาเนต และโอโซน โดยปกติควรเลือกออกซิเจนก่อนสารอื่น เนื่องจากเป็นก๊าซที่อยู่ในอากาศทั่วไป แต่บางครั้งออกซิเจนมีอำนาจไม่พอเพียง จำเป็นต้องใช้ Cl2 หรือ ClO2 หรือ KMnO4 แทนการใช้โอโซนอาจมีความไม่สะดวก สำหรับการประปาในประเทศไทย การเลือกจึงควรอยู่อันดับสุดท้าย

 

Manganese Green Sand

ทำจากทรายธรรมชาติคัดขนาดแล้วนำมาเคลือบด้วยแมงกานีสออกไซด์โดยวิธีทางเคมี ประวัติศาสตร์เริ่มนำมาใช้ในการกำจัดเหล็กและแมงกานีส ตั้งแต่ ปี ค . ศ. 1950 ในประเทศสหรัฐอเมริกาในชื่อ “New Gersey Greensand” ต่อมาได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นชนิดเดียวกับแร่ “Glauconite” โดยการนำแร่ที่เกิดจากธรรมชาติมาผ่านกระบวนการคัดแยกขนาดของสารกรองให้ได้ขนาด 18 x60 mesh จนได้ขนาด (Effective size) ประมาณ 0.3 ถึง 0.35 มิลลิเมตร และให้ค่าสัมประสิทธิความสม่ำเสมอ (Uniformity coefficient) น้อยกว่าหรือเท่ากับ 1.6 ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่ดีที่สุดของสารกรอง แร่กลูโคไนต์ ( glauconite) เมื่อนำมาเคลือบด้วยแมงกานีสออกไซด์ (manganese oxide) และทำให้อยู่ตัว (Stabilization) เรียกว่า “manganese greensand” การเคลือบด้วยสารดังกล่าวทำให้กลูโคไนต์เป็นสารกรองที่สามารถเกิดปฏิกริยา oxidation-reduction ซึ่งสามารถกำจัดเหล็ก แมงกานีสและไฮโดรเจนซัลไฟด์ (Hydrogen sulfide) ที่มีปริมาณน้อยๆได้

 

Manganese Zeolite

แมงกานีสซีโอไลต์มีลักษณะเป็นเม็ดกลม สีน้ำตาลจนถึงสีดำส่วนใหญ่จะหนักประมาณ 80 ถึง 90ปอนด์/ ลูกบาศก์ฟุต สามารถออกซิไดซ์เหล็กและแมงกานีสที่ละลายอยู่ในน้ำให้เปลี่ยนไปอยู่ในรูปที่ไม่ลายน้ำและจะทำหน้าที่เป็นสารกรอง เพื่อกรองผลึกเหล็กและแมงกานีสที่เกิดขึ้นด้วย และสามารถเดินระบบ (Operate) ได้ทั้งแบบ CR Process (Continuous Regeneration) และแบบ IR (Intermittent Regeneration) มีการพัฒนาซีโอไลต์จนได้ ความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุที่สูงขึ้นโดยการคัดขนาดของเกรีนแซนด์แล้วผสมร่วมกับโซเดียมซิลิเคต(Sodium silicate) และ อลูมิเนียมซัลเฟต(Aluminum Sulfate) และทำให้แห้ง จะได้ความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุสูงถึง 5000 เกรนต่อลูกบาศก์ฟุต (1 เกรน = 64.799 มิลลิกรัม) ซึ่งให้ค่าที่สูงกว่ากรีนแซนด์จากธรรมชาติ 2 เท่า ซึ่งเมื่อนำวัตถุดิบน้ำหนัก 5 ตันมาทำแมงกานีสกรีนแซนด์จะได้น้ำหนักประมาณ 1 ตัน